คนที่ไม่รู้
ให้ความจริงมากองอยู่ตรงหน้าก็ไม่มีทางรู้
บทที่11.1…
มินโฮคล้องคอน้องชายคนเล็กของเรือนนอนสิงห์ไปอาบน้ำ
มินซอกเดินเข้าห้องน้ำแยกไปตามปรกติ
เหลือพวกเขาที่สาดน้ำกับโครมๆอยู่บ่อซีเมนต์ด้านนอก
“สงสารมินซอกว่ะ”ไอ้แดฮยอนกระซิบพูด
มือก็ยังไม่หยุดขยี้หัวเกรียนๆที่เต็มไปด้วยฟองยาสระผม มินโฮก็พยักหน้าเห็นด้วย เห็นเป็นพี่สปอยด์วันๆเอาแต่คลั่งมินซอกเหมือนพวกโลลิค่อน
แต่ใช่ว่าพวกเขาจะไม่รู้เรื่องอะไร
เห็นตั้งแต่แรกๆแล้วที่น้องมักจะอยู่กับลู่หานและจงอิน สำหรับจงอิน เด็กน้อยเหมือนเป็นลูกชายของไอ้หมีควาย
แต่สำหรับลู่หาน พวกเขามองกันยังไงก็เหมือนคนสำคัญ
ยิ่งตอนน้องเล่าเรื่องตัวเองออกมาให้ลู่หานฟังเขาก็ยิ่งมั่นใจว่ามินซอกต้องเชื่อใจผู้ชายคนนี้มาก
วางใจ และสุดท้ายคงมอบใจให้ ติดที่อีกคนไม่เคยจะรู้ตัว
เมื่อวานไอ้จงอินบอกให้พามินซอกมานอนด้วย
ไปไหนก็พามินซอกไปด้วย พวกเขารับน้องมาดูแลด้วยความสงสาร เห็นน้องเปลี่ยนไป
ไม่ค่อยยิ้ม ซึมๆตั้งแต่ไอ้ลู่หานไปเป็นเด็กนางพญา คิดว่าห่างมันมาคงจะดีขึ้น...
กลับมายิ้มสดใสให้พวกพี่ชายอย่างพวกเขาอีกครั้ง
เห็นมินซอกยิ้ม โลกในเรือนจำสดใสขึ้นมากกว่าเดิมเยอะเลยทีเดียว...
“วันนี้ลงงานเกษตรกรรมนะพวกมึง”เสียงไอ้จงอินดังขึ้นพร้อมร่างของมันถือเครื่องอาบน้ำเข้ามาเบียดแทรกหาที่ขอบอ่าง
ไอ้ลู่หานก็ด้วย มันเดินตามมาเงียบๆแล้วอาบน้ำไป
ไอ้สองคนนี้เพิ่งจะไปพบกับผู้คุมอินซูตามเสียงประกาศเรียก พวกเขาชินแล้วที่มันหายไปพบผู้คุมบ่อยๆ
แรกๆก็ได้รอยตีนกลับมาโดยเฉพาะไอ้จงอิน
งานวันนี้ไม่ได้หนักหนาก็แค่บำรุงไอ้ดอกไม่ประดับที่ลงเอาไว้เต็มพื้นที่
ปุ๋ยสูตรเสมอกระสอบยักษ์ถูกแบกมาโยนไว้หัวแปลง
แบ่งเป็นกลุ่มๆไปเพื่อใส่ปุ๋ยให้แต่ละชนิดของดอกไม้
“แล้วไอ้หานล่ะวะ”มินโฮถามจงอิน
อีกคนกำลังตักแบ่งปุ๋ยสูตรเสมอเม็ดสีฟ้าใส่กระแป๋งน้อยๆก่อนเลือกฝาขวดน้ำไปใช้เป็นอุปกรณ์ตักปุ๋ย
“วันนี้อภิสิทธิ์
โดนแม่นางเรียกไปซ่อมพัดลมอยู่นู่น”ตอบแล้วแยกไปใส่ปุ๋ยที่แปลงแพงพวย
ใช้ฝาขวดน้ำตักปุ๋ยโรยรอบๆโคนของต้นแพงพวย ห้ามโดนใบอ่อนหรือใกล้โคนต้นมากเกินไปเพราะปุ๋ยเคมีนั้นร้อน
จะทำให้ใบไหม้และรากเน่าได้
ปริมาณก็ใช้แค่ฝาขวดน้ำเพราะหากมากเกินไปจะเกินความต้องการในการใช้ของต้นไม้
และละลายอยู่ที่ผิวดินทำให้ดินเค็ม
หรือถ้ารดน้ำมากก็ซึมลงชั้นดินล่างโดยเปล่าประโยชน์
“จงอินฮยอง...”คนที่ง่วงกับการใส่ปุ๋ยต้นแพงพวยเงยหน้ามามองคนตัวเล็กที่หิ้วกระแป๋งปุ๋ยมานั่งยองๆข้างๆกัน
มือเล็กใช้ฝาขวดน้ำตักปุ๋ยโรยรอบๆคนต้นไม้เหมือนคนเป็นพี่
“ว่าไงล่ะเรา”
“ผมได้ยินว่าพี่เขาไปหานางพญาเหรอ?”คนตัวเล็กถามกลับมา
จงอินเพิ่งนึกได้ว่าตอนที่ตอบคำถามมินโฮ มินซอกก็อยู่ด้วย
“อย่าคิดมากเลยน่า
ก็รู้อยู่นางพญาต้องเริ่ดเลอทำห่าอะไรไม่ได้
มันแค่ไปช่วยซ่อมพัดลม”ปลอบใจน้องที่ก้มหน้างุดๆคุยกับรากต้นไม้
มินซอกส่ายหัวดุกดิก
“เปล่าคิดมากแล้วฮะ...มินซอกพยายามจะไม่สนใจอยู่”
“...”
“มินซอกว่าจะตัดใจ
อย่างที่พี่บอกผม...ถ้าลู่หานฮยองเขาไม่ได้ชอบผม...ผมจะตัดใจ
อึดอัดที่ต้องอยู่ร่วมกันโดยที่ความรู้สึกมันไม่เหมือนเดิม...ถ้าผมรักพี่เขาแบบอื่นแล้วลู่หานฮยองต้องห่างออกไปแบบนี้...ผมจะตัดใจยอมเป็นแค่น้องชาย”เสียงของมินซอกแผ่วเบา
จงอินยกมือข้างที่หิ้วหูกระแป๋งลูบหัวน้อง ดันมินซอกให้นั่งลงที่พื้นดินเต็มตัวแล้วเอนหัวทุยมาซบบ่าตัวเอง
“ดีแล้ว...”
คราวนี้ควายผู้จีนจะได้ลิ้มรสสักทีว่ากำลังจะเสียอะไรไปจากความโง่และไม่ยอมรับของตัวเอง
รีบๆฉลาดๆนะไอ้ควาย ก่อนที่คิมมินซอกจะตัดใจได้จริงๆ
ค น คุ ก
มื้อกลางวันชาวเรือนนอนสิงห์ถึงได้เห็นลู่หานมาร่วมกินข้าวด้วย
แต่ก็นั่งแยกไปจากมินซอกเหมือนเคย กินๆเสร็จก็รีบล้างถาดหลุมคว่ำ โบกมือลาเพื่อนๆ
บอกว่าลงงานที่ซ่อมบำรุงทั้งวัน ท่าทางแบบนั้นพาเอาแดฮยอนเบะปาก เห็นแล้วหมั่นไส้
แถมสงสารน้องชายสุดที่รักสุดใจ
“ได้เมียแล้วลืมเพื่อนเลยไอ้สันขวาน”บ่นออกมาแล้วตักข้าวยัดเข้าปากต่ออย่างหงุดหงิด
ชินอูเลยตักปลาตัวเล็กๆทอดกรอบที่ผู้คุมบรรณนาการมาเป็นอาหารเสริมแคลเซี่ยมให้นักโทษลงถาดไอ้คนขี้บ่นไป
เผื่อจะอุดปากมากๆของมันได้
“ก็เหลือแค่พรวนดินกับรดน้ำนิดหน่อยเอง
ปล่อยแม่งไปเหอะ เอ้อ เหลือต้นคูนของมินซอกด้วย ไอ้แดฮยอนมึงไปช่วยกูพรวนดินต้นคูนหน่อย
ต้องทำไม้ค้ำต้นด้วย วันนั้นพยาบาลนางเผลอลื่นไปชนต้นมัน
กูกลัวรากจะกระเทือน”อูฮยอนบอก มินซอกเห็นว่าพี่ๆจะไปดูแลต้นคูนเลยขันอาสาจะไปด้วย
จงอินเห็นว่าเหลือแค่รดน้ำก็ให้มินซอกซึ่งช่วยตัวเองที่แปลงแพงพวยไปดูต้นคูนแทน
“พรุ่งนี้ไปซ่อมบำรุงหรือเปล่าวะ”มินโฮถาม
คนอื่นพยักหน้าตอบว่าใช่ กลุ่มของพวกเขาจะวนไปแผนกซ่อมบำรุง
และกลุ่มเรือนนอนหงส์ที่ลงซ่อมบำรุงวันนี้จะย้ายไปคหกรรมซึ่งช็อปอยู่ไม่ห่างกันแทน
จงอินเพิ่งนึกออกตอนเพื่อนพูดเรื่องตารางลงงาน
พรุ่งนี้เป็นวันที่ลู่หานกับจุนมยอนจะทำตามแผน เพราะลงงานใกล้กัน มีโอกาสให้ไอ้กอนโมเห็นได้ง่ายๆ
อันที่จริงวันนี้ก็เหมาะอยู่เหมือนกัน
แต่เพราะการที่ลู่หานไปชวยจุนมยอนไม่ได้อยู่ในแผน
พวกเขาเลยไม่ได้เตรียมการเอาไว้ก่อน
ก็หวังว่าแผนการที่เตรียมตระกันไว้จะดำเนินลุล่วงไปได้ด้วยดีแล้วกัน
จงอินเองอยากจบงานนี้เต็มทนแล้วเหมือนกัน ถ้ายืดยาดไปอีกไม่รู้ว่าโอเซฮุนจะหาเรื่องเข้ามาในนี้อีกวันไหน
แล้วไหนจะไอ้หมอปาร์คชานยอลนั่นอีก เขาไม่ได้อยู่ใกล้เซฮุน
มันคงเร่งทำคะแนนไปไกลโข
รอออกจากคุกไปก่อนเถอะ
จงอินว่าจะบอกเซฮุนแล้วว่ารู้สึกยังไงกับอีกคน
ไม่รอให้ปาร์คชานยอลคาบเนื้อหวานๆไปแดกแน่นอน!
อูฮยอนปักไม้ลงสามเสารอบต้นคูนแล้วเอาเชือกฟางดึงรั้งต้นคูนเอาไว้เป็นการบังคับให้ต้นคูนไม่เขื้อย
เพราะถึงแม้จะตั้งต้นได้ดีหลังการลงดินแล้ว
แต่ระบบรากของต้นไม้ย้ายปลูกนั้นไม่ได้ดี
มีปลายรากฝอยบางส่วนที่ถูกตัดออกระหว่างการล้อมต้นมา
การที่ถูกชนจากนางพยาบาลคนนั้นอาจจะทำให้คูนรากกระเทือนได้
“มึงไม่เอาเอาเสียมมาเหรอวะอูฮยอน”ไอ้แดฮยอนตะโกนถาม
จะเอาเสียมมาพรวนดินรอบโคเสียก่อน โดนเหยียบไปมาจนดินแน่นแข้งไปหมด
ไม่งั้นปุ๋ยคงไม่ซึมเข้าดินแน่ๆ อูฮยอนถามกลับว่าแล้วทำไมแดฮยอนจึงไม่เอามาเอง
“เอ้า
ก็กูแบกปุ๋ยมานี่ไงวะ ไอ้เหี้ย”มินซอกส่ายหน้าที่เห็นพี่ๆทะเลาะกันกับเรื่องไม่เป็นเรื่องอีกแล้ว
“เดี๋ยวผมไปเอาเองก็ได้”คนเป็นน้องขันอาสา
แดฮยอนจะบอกว่าไม่ต้องเดี๋ยวเขาไปเองแต่มินซอกก็ยิ้มบางๆก่อนจะวิ่งกลับไปหาพี่ๆคนอื่นที่แปลงเกษตรกรรมเพื่อเอาเสียมมาให้แดฮยอนแล้ว
เสียมสองอันถูกปักลงดินที่โคนต้น
พลุ้ยดินที่อัดแน่นให้พองขึ้นมา มินซอกนั่งลงบนพื้นดินอย่างไม่กลัวจะเปรอะ
ช่วยแดฮยอนพรวนดินให้ต้นคูนก่อนจะโรยปุ๋ยสูตรเสมอไปรอบๆโคนต้นถัดจากความกว้างทรงพุ่มไปประมาณหนึ่งไม้บรรทัด
“รากต้นไม้มันจะกระจายถึงทรงพุ่มของมันนี่แหล่ะ
แต่ต้นนี้มันโดนขุดล้มมา ปลายรากหายไปนิดหน่อย
เลยต้องใส่เข้ามาใกล้โคนต้นอีกนิด”มินซอกพยักหน้ารับรู้
ใส่ปุ๋ยแล้วก็หยิบเสียมมาพรวนดินอีกครั้งให้เม็ดปุ๋ยลงไปคลุกเคล้าอยู่กับเม็ดดิน
อูฮยอนลากสายยางมารดน้ำเพื่อละลายปุ๋ย
มินซอกมองละออกน้ำที่เกิดจากการใช้ปลายนิ้วอังสายยาง มันแผ่กว้างเป็นผืน
พอทำมุมกับแสงแดดเลยเป็นสายรุ้งเล็กๆ ละอองของน้ำกระจายลงบนดินบ้าง
เปียกไปถึงใบเชียวขจีของต้นคูน มินซอกตบพื้นดินเปียกชื้นแล้วยิ้มเบาๆ
“ออกดอกนะ
ออกดอก”ถ้าพ่อยังอยู่กับมินซอก...ช่วยให้มันออกดอกด้วยเถอะนะ...
ค น คุ ก
“ชะเง้อชะแง้ขนาดนี้ก็ไปทำขนมอยู่คหกรรมเลยสิวะ”แดฮยอนพูดอย่างหมั่นไส้
มินโฮเลยใช้ตีนเขี่ยเพื่อนไปทีให้หยุดปากมาก
แต่คนไม่ชอบใจในตัวเพื่อนร่วมเรือนนอนขึ้นมาทุกทีก็ไม่สนใจ
ใช้สายตาทิ่มแทงไปยังลู่หานอย่างต่อเนื่อง
ดีนะที่มินซอกไม่ได้น้ำตาคลอกับภาพพี่ชายที่เคยสนิทชะเง้อมองช็อปคหกรรมหาเมียตัวเองเหมือนหมามองยอดกล้วย
น้องเล็กยังคงทำหน้าเฉยๆช่วยไอ้ดงกอนจูนโทรทัศน์อยู่
แต่แดฮยอนก็อดหมั่นไส้ลู่หานไม่ได้จริงๆ
ไม่ย้ายเรือนนอนไปอยู่ด้วยกันเลยให้มันหมดเรื่องหมดราว
“เมื่อวานกูไปช่วยแล้ว
วันนี้ผู้คุมสั่งห้าม”แดฮยอนได้แต่ร้อง อ๋อเหรอ อยู่ในใจ เบ้ปากให้เพื่อนร่วมเรือนนอนที่ไม่ค่อยจะชอบหน้ามันเสียเท่าไหร่แล้วตอนนี้
ก่อนจะผละไปช่วยไอ้ดงกอนกับมินซอกเสียดีกว่า
“ทำท่ายังกะตุ๊ดแหน่ะไอ้สัด”เป็นจงอินที่พูดออกมา
ลู่หานเองก็ไม่ได้ถือโกรธเพื่อน
รู้ว่าที่มันไม่พอใจคงเพราะเขาเป็นตัวการทำให้น้องชายสุดที่รักของมันเศร้าหมองกระมัง
“แล้วนี่จะไปเอากับจุนมยอนยัง?”ไอ้จงอินกระซิบถาม
ลู่หานใช้เท้าถีบหน้าขาเพื่อนไป พูดลอดฟันว่าไม่ได้เอากันจริงๆ แค่ไปจัดฉากมีอะไรกันเท่านั้น
“เอ้า
ไม่แน่นะมึง ยังไงก็ต้องถอดเสื้อผ้าไม่ใช่เหรอ
ไอ้นั่นของมึงเอาไปเสียดๆสีๆกับของนิ่มๆขาวๆ มันไม่ชันขึ้นมาบ้างก็ให้มันรู้ไป”พูดติดตลกจนลู่หานอยากจะแบ็กแฮนด์ให้มัน
แผนของวันนี้คือการที่เขาต้องถอดกางเกงเอาตัวแนบจุนมยอนที่เปลือยเปล่าทั้งร่างในห้องน้ำที่เขาเคยแอบดูจุนมยอนกับไอ้กอนโมร่วมรักกัน
สายอีกคนจากเรือนนอนหงส์จะเป็นคนคาบเรื่องที่เขาทั้งคู่มีอะไรกันไปโพนทะนาให้ไอ้กอนโมรู้
เชื่อว่ามันต้องรีบตามเข้ามาในห้องน้ำเหมือนควายหงุดหงิด
“ถ้าของกูชันมึงก็มาช่วยกูอมแล้วกันนะ”ส่งนิ้วกลางให้เพื่อนรักเลยได้อวัยวะเดียวกันด่ามาจากปากของจงอิน
“เออ
กินข้าวเที่ยงเสร็จแยกไปเลยนะ บอกจุนมยอนด้วยครางเสียวๆ”มันยังพูดติดตลก
ลู่หานครางอือในลำคอตอบรับแค่เท่านั้น
ไอ้แดฮยอนบ่นหึ่งๆเหมือนเสียงยุง
รู้สึกว่ามันจะลามจากไม่ชอบใจธรรมดากลายเป็นเกลียดไปแล้วมั้ง
มันถึงได้ด่าลู่หานซะไม่ใช่คน จิกกัดเป็นห่านเชียว
“เนี่ย
แม่งหายอีกละ งานการไม่มาช่วยทำ”ดงกอนตบหัวมันไปที บอกว่าช่างหัวมันเถอะ
งานก็ไม่ได้เยอะอะไร
ดูเพื่อนร่วมเรือนนอนคนอื่นชินกับพฤติกรรมแว๊บหายของไอ้ลู่หานไปแล้ว
“มันเป็นเด็กนางพญา
มันก็มีสิทธิ์จะไม่ทำงานด้วยซ้ำ มึงเลิกบ่นเสียทีเหอะไอ้เหี้ย”มินโฮแย้งออกมา
ซึ่งเป็นความจริงทั้งหมด แดฮยอนถึงได้หุบปากเงียบ ก็ยังไม่วายเดินเตะนู่นเตะนี่ไปเรื่อย
“ถ้าช่องทีวีกูหายนะจะกระทืบแม่ง”ดงกอนส่ายหัวระอา
มินซอกหัวเราะน้อยๆบอกว่าช่องหลักๆติดหมดแล้ว
ดงกอนเลยบอกให้อูฮยอนดึงสายเคเบิ้ลของเรือนจำมาต่อกับแจ๊คด้านหลัง
ทีวีเครื่องนี้เป็นเครื่องที่อยู่ที่ลานกิจกรรม มันช็อตเพราะไฟตกเมื่อคืน
ทีวีรุ่นสมัยพระเจ้าเหาเรียกโอป้า ไฟตกไฟดับก็เจ๊งหมดแล้ว
ช่องของทีวีที่จะฉายให้นักโทษดูมีแต่ช่องของเรือนจำเท่านั้น
บางครั้งก็จะเปิดหนังจากดีวีดีให้ดูบ้าง แต่ก็ต้องจูนช่องธรรมดาไว้ด้วย
ผู้คุมเป็นคนบอกให้ทำแบบนี้เอง
สมาชิกเรือนนอนสิงห์มัวแต่มุ่นกับเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ส่งมาซ่อมต้องสะดุ้งกันเป็นทิวแถวเมื่อเสียงโวยวายดังลั่นมาจากช็อปคหกรรมใกล้ๆกัน
ผู้คุมกรูกันเข้าหากลุ่มนักโทษที่ดูจะชุลมุนกันน่าดู
มินซอกกับพี่ๆคนอื่นลุกขึ้นดูอย่างสงสัย มีเพียงจงอินที่นั่งมองเฉยๆ
รู้ว่ามินกิคงไปเข้าห้องน้ำแล้วเอาเรื่องลู่หานกับจุนมยอนที่หายกันไปตั้งแต่กินข้าวเสร็จไปบอกคนอื่นแล้วแน่ๆ
เสียงทุ้มของคิมกอนโมตวาดลั่น มันไม่สนใจผู้คุมที่วิ่งเข้าชาร์จมันสักนิด
กอนโมถีบผู้คุมหลายคนจนกระเด็นพ้นทางก่อนตรงลิ่วไปยังห้องน้ำรวมทันทีไม่สนอะไร
เกิดเรื่องแบบนี้ตามนิสัยคนทั่วไปต้องเกิดความอยากรู้
นักโทษเกือบทุกคนของแดนเฮตะโลกันตามกอนโมกันไปหมดจนผู้คุมควบคุมไม่ได้
ได้แต่ยืดพลองไฟฟ้าส่งเสียงเปรี๊ยะๆกันนักทาที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าร่วมถ้าเกิดการยำตีนเกิดขึ้นช่วงชุลมุน
มินซอกกับพี่คนอื่นก็ตามมาดูด้วยเช่นกัน
มินซอกจำได้ว่าคนที่ผลุนผลันคนนั้นเคยใกล้ชิดกับนางพญามาก่อน พี่ๆคนอื่นก็พูดเช่นกัน
“เกี่ยวเหี้ยอะไรกับนางพญาแล้วก็ไอ้ลู่หานป่ะวะ”มินโฮพึมพำถามออกมา
มินซอกกัดริมฝีปาก อยากรู้ว่าในห้องน้ำนั้นมีใครอยู่ข้างใน...
หวังว่าคงจะไม่ใช่ลู่หานกับนางพญา...
แล้วถ้าใช่...สองคนนั้นมาทำอะไรกันที่นี่...
“ไอ้เหี้ย
มึงออกมา ไอ้เหี้ยลู่หาน! มึงทำเหี้ยอะไรอยู่กับเมียกู!!”เสียงตวาดดังลั่น
ผู้คุมส่วนหนึ่งจะใช้พลองไฟฟ้าจัดการกับกอนโมแต่กลับถูกตวาดห้ามจากผู้คุมอินซู
“นี่มันห้องน้ำ
เปียกแฉะขนาดนี้ ช็อตมันตายห่าจะว่ายังไง”ถึงจะเป็นไฟฟ้ากระแสต่ำ
แต่หากเจอสะพานไฟฟ้าอย่างน้ำซึ่งปล่อยประจุบวกได้ก็อาจจะทำให้คนโดนเป็นอันตรายมากได้
เหมือนการน็อคปลาด้วยการจี้ไฟฟ้าลงไปในน้ำ
บางครั้งก็ทำให้ปลาถึงขั้นตายได้เลยทีเดียว
“พวกนายคุมนักโทษพวกนี้ให้อยู่
เดี๋ยวข้างในฉันจัดการเอง”กวาดสายตามองยังนักโทษที่ใคร่รู้เรื่องราวพยายามจะฝ่าวงผู้คุมเข้ามาดูแต่ก็ระแวงพลองที่ผู้คุมถืออยู่
ก่อนพยักหน้าให้ผู้คุมอีกคนตามเข้าไปช่วยอีกแรง มีนักโทษคนหนึ่งดันตัวเข้ามา
รองเท้าคอมแบทจึงถูกเตะลงที่กลางตัวล้มลงไปกองที่พื้น
ส่งผลให้นักโทษหลายคนฮือขึ้นมา บ้างก็ขลาดกลัวบ้างก็ยิ่งอยากรู้มากกว่าเดิม
คนเรือนนอนสิงห์อยู่วงนอกสุดของคนที่ร่วมมุงทั้งหลายแต่มินซอกก็ได้ยินชัดเจนที่กอนโมพูด
ชั่วอึดใจเสียงพังประตูก็ดังขึ้น เสียงตะโกนบอกให้หยุดของผู้คุมอินซูอีกด้วย
คนที่ตัวเตี้ยเกินอย่างมินซอกมองไม่เห็นเลยว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง
กระตุกเสื้อมินโฮเพื่อจะถามแต่อีกคนก็ไม่สนใจ เสียงร้องของจุนมยอนดังลั่น
นักโทษคนอื่นได้ยินเช่นนั้นก็ลุกฮือจะเข้าไปดูนางพญาของเรือนจำ
ผู้คุมแทบจะควบคุมกันไม่ได้ นักโทษหลายรายถูกเหวี่ยงไปกองที่พื้น
และผู้คุมบางคนก็ได้รับบาดเจ็บจากการปะทะกัน
พลั่ก
ร่างโปร่งถูกเหวี่ยงออกมากองที่ประตูเข้าห้องน้ำ
จุนมยอนกับผู้คุมอินซูผวารั้งคิมกอนโมที่จะลงหมัดใส่ใบหน้าของลู่หานอีกครั้ง
หลังจากพังประตูไปกระชากตัวมันออกมาจากห้องน้ำแยก
ภาพด้านในห้องน้ำที่คุ้นเคยเพราะใช้เป็นสนามรักกับจุนมยอนบ่อยครั้งทำให้เขากัดกรามจนขึ้นสัน
เมื่อร่างเปลื่อยเปล่าของจุนมยอนถูกคร่อมด้วยร่างของลู่หาน น้ำกามขาวขุ่นเปรอะอยู่ที่หน้าอกของจุนมยอนบอกได้ดีว่าพวกมันทั้งสองคนเพิ่งจะเสร็จกันไป
กอนโมดึงลู่หานออกมาจากห้องน้ำก่อนจะปล่อยหมัดใส่ไม่ยั้ง
แรงของมันมากจนเหวี่ยงจางอินซูไปอีกทาง
ผู้คุมที่มาช่วยอีกคนก็โดนเหวี่ยงไปกระแทกบ่อซีเมนต์
อาศัยช่วงผู้คุมทั้งสองยังไม่ลุกขึ้นและจุนมยอนที่รีบร้อนใส่เสื้อผ้ากลับเข้าที่เดิมลากคอไอ้ตัวมารออกมาเหวี่ยงที่หน้าประตูห้องน้ำ
นักโทษคนอื่นเห็นแบบนั้นก็ยิ่งฮืออยากรู้
มีคนตะโกนมาว่าเรื่องผัวเมียแน่ๆ
แต่อีกหลายคนก็ล่าถอยออกไปดูห่างๆเพราะเหตุการณ์นี้เป็นการทะเละกันที่เป็นเรื่องใหญ่
ใครเข้าไปยุ่งอาจโดนหางเลขตีความประพฤติคะแนนลบและถูกส่งไปอยู่แดนอื่น
นักโทษบางคนที่ล่าถอยออกไปทำให้มินซอกสามารถพยายามเข้าไปมองได้สำเร็จ
ถึงแดฮยอนจะดึงร่างเล็กให้ออกไป อย่ายุ่งกับเรื่องนี้
แต่เพราะคนที่นอนกองที่พื้นเป็นลู่หาน
มินซอกจึงพยายามแทรกเข้าไปมองไม่สนใจที่พี่ๆพูด
รองเท้าผ้าใบที่ใช้ใส่ลงงานของนักโทษถูกยกขึ้นเหยียบบนใบหน้าของลู่หาน
คนที่มึนอยู่ยังจับต้นชนปลายไม่ได้ตั้งแต่โดนกระชากออกมาจากห้องน้ำแยกหลับตาสนิท
แก้มถูกเหยียบและขยี้อย่างไม่ปราณี
แต่เพียงไม่นานเท่าอึดใจก็เป็นอิสระเพราะผู้คุมหลายคนเตะคิมกอนโมจนกระเด็นไปกองที่พื้น
คอมแบทเสริมเหล็กซัดเข้าที่ท้องนักโทษชายจนตัวงอ
พลองไฟฟ้าถูกนำมาใช้ฟาดที่ร่างของกอนโมเมื่อมันถูกเตะไปพ้นจากบริเวณห้องน้ำไปนอนหมอนที่พื้นหญ้าข้างๆแทน
ร่างกายกำยำชักดิ้นชักงอร้องโหยหวนก่อนจะหมดฤทธิ์ลง
ผู้คุมต่างใช้พลองชี้หน้านักโทษคนอื่น ตวาดให้ไปรวมกันที่ลานกิจกรรมซึ่งคราวนี้แต่ละคนก็ดูเชื่อฟังดีเพราะเห็นเพื่อนร่วมแดนนอนหมอบแบบนั้นเลยขลาดกลัวกันขึ้นมา
“ฮยอง”มินซอกเรียกคนที่นอนอยู่ที่พื้น
ลู่หานถูกพยุงให้ลุกขึ้นจากผู้คุมอินซู เขาเงยหน้ามองคนที่เรียกกัน
มินซอกถูกผู้คุมคนอื่นดันตัวให้ไปรวมกับคนอื่นๆที่ลานกิจกรรม
ในตาของน้องชายไหวสั่นกับภาพสะบักสะบอมของพี่ชายคนที่มีใจให้
มือน้อยๆอยากจะเอื้อมไปหาพี่ชายแต่ก็ต้องจับกางเกงขาสั้นที่ใส่เอาไว้จนแน่น
คนที่อยู่ข้างๆกับลู่หานคนนั้นต่างหากคือคนที่พี่เขาต้องการ ไม่ใช่น้องชายคนนี้
บอกจะตัดใจก็ทำให้ได้อย่างที่พูดหน่อยเถอะเด็กน้อย...
ร่างเล็กหมุนตัวเดินไปตามแรงผลักของผู้คุม
ไม่หันมามองสักนิดว่าแววตาของพี่ชายคนนี้หม่นลงไปทันทีที่น้องหันหลัง
จงอินเดินเข้ามาหาเพื่อนและจะถูกกันจากผู้คุมแต่ก็ถูกขอไว้โดยผู้คุมอินซูให้มาช่วยประคองร่างของลู่หาน
ร่างใหญ่โตรับเพื่อนเข้ามาประคอง มือใหญ่โอบเอวลู่หานเอาไว้
มองหน้าฝั่งหนึ่งไถครูดพื้นปูนของหน้าห้องน้ำจนเป็นรอย อีกด้านก็ประดับด้วยรอยตีน
“มองตามน้องตาละห้อยเลยนะไอ้สัด”คำพูดเพื่อนไม่ได้มีความเห็นใจ
มันกระชับตัวลู่หานให้เข้าเอวแกร่งแล้วพาไปห้องพยาบาล
ลู่หานหลับตาลงปล่อยให้เพื่อนประคองไปทำแผล
“อ้อ
ดีใจด้วยนะเกลอทุย เด็กติ๋มของมวนชนบอกกูว่าจะตัดใจจากมึง
สงสัยแยกกับมึงบ้างคงจะดี
ไปนอนกับไอ้มินโฮคืนสองคืนก็จะตัดใจซะแล้ว...”ประโยคหลังใส่สีตีไข่ล้วนๆแต่ก็ก็พอทำให้สีหน้าของเพื่อนที่จงอินโยนมันลงเตียงพยาบาลเมื่อครู่เปลี่ยนไป
เขารู้สึกว่าตัวเองเป็นทั้งกามเทพสื่อรักทั้งเดวิลตัวร้าย
ชี้ทางฉลาดให้เพื่อนรู้ใจแต่ด้วยการเติมไฟให้ควายร้อนตัว
“ก็ดีแล้ว
กูจะได้ไม่ต้องลำบากใจที่จะอยู่ใกล้น้อง”พูดเป็นพระเอกหนัง จงอินค่อนขอดเพื่อนในใจ
“อ่าห้ะ
ก็ดีแล้วล่ะ มึงจะได้เป็นฮยองที่แสนดีคนเดิม พี่ชายที่เป็นได้แค่พี่ชาย...เตือนตัวเองไว้แล้วกันว่ามึงเป็นได้แค่พี่ชาย”
TBC.
#พี่ลู่คนคุก
ยาวกว่านี้ไม่ไหว
นี่ยาวมากเกินไปแล้วสำหรับเรา 555555555555555555 ยกยอดนะจ๊ะ ไปตอนหน้า
ชอบเขียนฉากกระทืบกันจุง
- -* ดูซาดิสม์ไหม?
แมลงจี่...